[Junk Plot Fiction:Tenipuri] :Plot:Tezuka x Ryoma +Plot :Bunta x Jirou
posted on 23 Oct 2007 17:02 by darkshochan
อัฟเพิ่มงับ Junk Plot Fiction!!! ปล.กำลังพยายามอัฟพราะถ้ามันหายอย่าแปลกใจนะงับ
Junk Plot : อธิบายก่อนกันงงงับ มันคืออะไร จริงๆเป็นศัพท์ที่เรา edit เอง
ก็ประมาณหมายถึง พล๊อตฟิคที่คิดแล้วแต่งเอาไว้
แต่มันดันไม่จบหรือไม่ก็ล้มเลิกแต่งกลางครันซะงั้น แล้วไอ้ครั้นจะเก็บไปทิ้งก็เสียดายบางเรื่องที่แต่งไว้เยอะมาก
ก็เลยเอามาโพสทิ้งไว้ดีกว่า เผื่อมีใครสนใจอยากเอาไปแต่งต่อ หรือจะเอาไปใช้ก็ได้งับ ไม่ว่ากัน!!
แต่กรุณาช่วย credit ไว้ก็ดีฮะ หุๆ
พอดีว่าชอบ Plot นี้นะ แต่งคงไม่ได้แต่งต่อ ใครอยากต่อหรือเอาไปจิ้นต่อได้เลยงับ
(พอดีดาร์กขี้เบื่อนิดๆ+ชอบจิ้นพล็อตใหม่ๆไปเรื่อยก็เลยไม่ค่อยได้แต่งต่อจนจบสักที = =")
ป.ล.font อาจจะไม่สวยหรือรกก็ขอโทษนะงับแก้ได้เท่านี้
POT Fanfiction
Title : The day you ran away
Paring : Tezuka x Ryoma
: หมายเหตุ อ้างอิงจากตอนในอนิเมะ ที่เทะสึกะไปเยอรมัน นะจ๊ะ
“ฉันจะไปเยอรมัน……..” ผมได้ยินผิดไปใช่มั้ย?......
แววตาที่คุณมองดูเหมือนจะไม่มีการลังเลใจ
คุณจะไปจริงๆเหรอฮะ………. กัปตัน? ทำไม?
แขนของเด็กหนุ่มที่ดูจะอ่อนล้าลงเมื่อได้ยินคำขาด
เด็กหนุ่มร่างเล็กปล่อยลูกเทนนิสที่เดาะอยู่ลงพื้นอย่างง่ายดาย….
ขณะที่สมาชิกทุกคนในทีมกำลังตกตะลึงของการตัดสินใจครั้งนี้
ทว่า…..มีเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้นที่สานสายตา…..
พร้อมกับหัวใจที่ดูเหมือนจะยิ่งไม่รับรู้ต่อสิ่งใดๆอีกแล้ว
ยิ่งสายตาที่เขามองมา…ไม่ปฏิเสธ
“กัปตัน……..”
………….เทะสึกะยังคงสบสายตากับเด็กหนุ่มก่อนที่
“เฮ้ย!!จะไปไหนน่ะเอจิเซ็น” โมโมะตะโกนเรียกเด็กหนุ่มที่วิ่งตีจากไป
“ปล่อยเขาเถอะ โมโมะ!!”ฟูจิจับไหล่เด็กหนุ่มร่างสูงก่อนจะมองเทะสึกะด้วยสายตาเป็นนัย
‘ไม่คิดตามเขาไปเหรอ เทะสึกะ…….’ เทะสึกะได้แต่ยืนมองร่างบางที่วิ่งไปจนไกลลับตา…..
แม้จะอยากก้าวตามร่างบางมากแค่ไหนเขาก็ต้องหักห้ามใจไว้….. เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผลของคำพูดมันจะออกมาเป็นเช่นนี้…… แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่อาจจะรู้ได้คือหัวใจของร่างบางจะเป็นอย่างไร…
ทว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจทัดทานได้
แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อเด็กหนุ่มร่างบางก็ตาม
“เยอรมันงั้นเหรอ………” เด็กหนุ่มตัวน้อยทอดถอนหายใจ….
ทำไมกัน…….ทำไมเขาต้องเก็บเอาเรื่องนี้มาคิดมากด้วย
“ไม่ได้จะจากกันไปชั่วชีวิตสักหน่อย………”เด็กหนุ่มบอกกับตัวเองเสียงแผ่วเบากระนั้น….
ร่างบางก็ห่อไหล่คุดคู้พลางนอนเหม่อจ้องเพดานราวกับพยายามจะหาคำตอบ
“เมี้ยว~~”เสียงเจ้าแมวน้อยเข้ามาออดอ้อนแต่ดูเหมือนว่าเจ้านายของมันกำลังไม่อยู่ในอารมรณ์ที่จะเล่นด้วยเจ้าคาลปิ้นกระโดดขึ้นเตียงมาคลอเคลียเรียวมะเพียงแค่จับมันวางลงกับพื้น
“ขอโทษนะ คาล…ฉันไม่มีอารมณ์”
“เหมี้ยว?”มันมองตอบเหมือนกับไม่เข้าใจ
“เฮ้อ…….คาลถ้าฉันไม่อยู่นี่ แกจะอ้อนใคร ฮึ?”เด็กหนุ่มจิ้มหน้าผากเจ้าแมวน้อยสุดรักมันเพียงเอียงคอไปด้านข้างด้วยสีหน้างงๆ ร่างบางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เขาอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะเกาคอเบาๆเจ้าแมวน้อยครางในลำคออย่างพอใจ…..ทำให้เขาอดคิดไม่ได้บ้างว่า…..
“ถ้าฉันเป็นแมวบ้างก็ดีสิ……..”ไม่ต้องคิดอะไรมาก……
แสดงความรู้สึกเข้าไปอ้อนตรงๆ……เข้าไปอ้อน…….. ขอร้อง…..
“อย่าไปเลย” “กัปตัน……..” เจ้าแมวน้อยเงยหัวมองหน้าเจ้านายของมันอย่างไม่เข้าใจ……
เมื่อหยาดน้ำใสร่วงลงเข้าที่หน้าของมัน
“เมี้ยว~” มันเอียงคอไปมาพลางพยายามถูตัวกับเด็กหนุ่มราวกับจะปลอบใจ…….
“เมี้ยว……..”แต่มันก็ทำได้เพียงแค่ร้องไปมา……
.ในขณะที่หัวใจของเด็กหนุ่มดำดิ่งสู่ความเศร้าลง
จบแล้ว Plot แรกเหตุผลที่ไม่ได้แต่งต่อ : เพราะดาร์กลั่ลล้า~~ไปกรี๊ดๆคู่อื่นอยู่นั่นเองงับ ถึงจะรักน้องมะก็เถอะแต่บางทีป๋าเทะ เคะแล้วน่ารักกว่า แต่เนื่องจากชอบน้องมะเคะ ด้วย เคะชนเคะมันก็กระไรอยู่ก็เลยไม่แต่งต่อดื้อๆอย่างนี้ล่ะงับ
ปล.จริงๆมีplot บุนตะxจิโร่ด้วย
แต่เนื่องจากมันยาวมาก + อัฟแล้วฟอนต์มันไม่สวยสักทีเลย ต้องขอเวลาสักพักนะงับ อัฟพล็อตนี้ให้อ่านไปก่อนเดี๋ยวจะมา edit เพิ่ม
Edit : เพิ่ม!! คู่บุน*จิโร่ ค่อยๆอัฟเรื่อยๆกลัวหน้าเจ๊งอ่างับ
Junk Plot 2
pairing :Bunta x Jirou +Akaya(HiyoAka)
ที่เฮียวเท
เด็กหนุ่มร่างบางผู้มีนัยน์ตาสีทองใส เรือนผมสีทองที่ทอประกายช่างดูบอบบางกำลังนั่งทอดกายอยู่ในห้องเรียนขณะที่เป็นชั่วโมงโฮมรูม
จิโร่นั่งเหม่อภายในห้อง แววตากลมโตใสคู่นั้นดูหม่นหมอง กี่วันแล้วนะที่เขาผ่านวันนั้นมา…….เด็กหนุ่มร่างบางย้อยคิดถึงวันที่เขาพบกับเด็กหนุ่มผมแดงเป็นครั้งสุดท้าย
แววตาสีทองคู่นั้นยิ่งดูหม่นหมองลง…..ด้วยความเศร้า
“บุนจัง……..เราเลิกกันเถอะ”ประโยคที่ออกจากริมฝีปากน้อยด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเศร้าไว้…..
ประโยคที่เขาเป็นคนเริ่มมันเอง เพื่อหยุดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเด็กหนุ่มผมแดง
“ทำไม……..”น้ำเสียงของอีกฝ่ายเคร่งเครียดขึ้นมา
“ทำไมล่ะ จิโร่ เพราะอะไร!!!”บุนตะจับแขนบอบบางทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น ราวกับจะคาดคั้นคำตอบ
“พอเถอะนะ บุนจัง……..”ร่างบางพยายามฝืนความเศร้าเอาไว้
“จิโร่?.........”
“พวกเราหยุดทำผิดกับเด็กคนนั้นเถอะนะ……..”
“เด็กคนนั้น”แล้วบุนตะก็เข้าใจในความหมายของคำตอบ
“นายหมายถึง อาคายะใช่มั้ย…….”เสียงของอีกฝ่ายแผ่วลง จิโร่ก้มหน้าลงคล้ายกับจะฝืนไม่ให้น้ำตาไหล ตัวเขาได้แต่เพียงยิ้มเท่านั้นเขาไม่ต้องการจะทำให้คนที่เขารักสุดหัวใจต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องของเขาอีกแล้วยิ่งกับเด็กหนุ่มคนนั้น โดยเฉพาะตัวเขาที่มาทีหลัง เขาไม่มีสิทธ์ที่จะเรียกร้องหรือเหนี่ยวรั้งอะไรมากไปกว่านี้
“
ฟังนะจิโร่ เรื่องฉันกับอาคายะ….”เมื่อร่างสูงกำลังจะแก้ต่าง แต่ร่างบางชิงพูดขึ้นมาก่อน
“ไม่เอาแล้วล่ะ…..ฉันไม่อยากทำให้ใครๆเสียใจมากไปกว่านี้ บุนจังกับอาคายะคุงรักกันมาก่อน ขอโทษที่ฉันไม่รู้อะไรเลย แค่คิดว่าการที่บุนจังยอมให้ฉันอยู่ข้างๆ แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากพอแล้ว แต่ว่ามันไม่ใช่……”
ร่างบางก้มหน้าลงก่อนที่จะพูดไปเรื่อยๆ ราวกับเพื่อไม่ให้น้ำตาที่มันพยายามจะไหลออกมา
“พอได้ใกล้ชิดกับบุนจังทุกวันทุกวัน ฉันมีความสุขมาก และฉันก็คิดว่า มีแต่ฉันเท่านั้นที่เป็นคนพิเศษ แต่ว่า….ฉันถึงได้รู้…….ไม่ได้มีแต่ฉันเท่านั้นที่คิดแบบนั้น……..”
“จิโร่ เรื่องอาคายะน่ะ ฉัน……”แต่พอเห็นใบหน้าที่จิโร่เงยขึ้นมาคำพูดทุกอย่างเขาก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้ ใบหน้าของจิโร่ที่ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา
“ฉันรักบุนจังมากนะ…..รักที่สุด แต่ว่า ฉันแย่งบุนจังมาจากเด็กคนนั้นไม่ได้……..เด็กคนนั้นก็รักบุนจังมากเหมื่อนกัน……เพราะฉะนั้น ฉัน…..ต้องหยุดตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ฉันจะรักบุนจังมากไปกว่านี้ ก่อนที่อาคายะคุงจะต้องเจ็บปวดเพราะฉันมากไปกว่านี้…….”
น้ำเสียงสะอื้นเบาๆแทบทำให้เขาจะขาดใจเพราะความเศร้าของร่างบาง
“เพราะอย่างงั้น…ฉัน…”ร่างบางเริ่มสะอื้นจนพูดไม่ได้ ทั้งๆที่เขาไม่ต้องการจะร้องไห้ เพราะไม่อยากจะทำให้บุนตะลำบากใจที่จะปล่อยเขาไป
“พอได้แล้วจิโร่…….”เด็กหนุ่มร่างสูงกัดฟันแน่น
“ฉัน......ฉัน……..” แต่ก่อนที่ร่างบางจะพูดได้มากกว่านี้ เด็กหนุ่มผมแดงก็รั้งตัวเขามากอดแน่น
จิโร่เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ “อึก ปล่อยนะ บุนจัง”ร่างบางพยายามขัดขืนโดยการดิ้นหนีจากตัวเขา
“ไม่!! ฉันจะไม่ยอมปล่อย ฉันจะปล่อยนายไปทั้งแบบนี้ ได้ยังไง”เด็กหนุ่มกัดฟันแน่น ความรู้สึกผิดมีอยู่เต็มอก.....เรื่องทั้งหมดคนที่รับกรรมควรจะเป็นเขาที่เป็นผู้ก่อแท้ๆ แต่แล้วคนที่เสียใจที่สุดกลับเป็นร่างบางในอ้อมแขน
“ทำไมนายจะต้องเป็นคนที่ร้องไห้ ทำไมนายต้องเป็นคนที่เสียใจที่สุดด้วยล่ะ.......จิโร่ คนที่ผิดน่ะมันควรจะเป็นฉันมากกว่า”
“....อึก....บุนจัง”จิโร่ก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม เด็กหนุ่มร่างบางเอื้อมมือไปจับที่ใบหน้าของร่างสูง
“ไม่หรอกนะ สำหรับฉันแล้ว บุนจังไม่ผิดเลย อาคายะคุงเองก็ไม่ผิดอะไร......มันผิดตั้งแต่วันที่ฉันเข้ามา วันที่ฉันบอกรักบุนจัง...........”
“แต่จิโร่......”
ริมฝีปากของเด็กหนุ่มผมทองจุมพิตที่ริมฝีปากหนาอย่างแผ่วเบา
“จิโร่…..”
“ให้มันหยุดแค่นี้เถอะนะ........ฉันขอร้อง”
พอเห็นใบหน้าที่แย้มยิ้มด้วยความเศร้าสร้อยแบบนั้น เขาก็รู้แล้วว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของร่างบางได้
“มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้วใช่มั้ย เรื่องระหว่างเรา.........”
จิโร่ก้มเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ
“แม้ว่าฉันจะรักนายงั้นเหรอ”
“คำพูดนั้นน่ะ สำหรับฉันแค่ความรู้สึกก็พอแล้วล่ะ...........เพราะฉะนั้นปล่อยฉันเถอะนะ”
เมื่อเป็นคำขอร้องของร่างบาง บุนตะจำใจต้องปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนของตน
“ขอบใจนะ.......บุนจัง สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ฉันคงต้องบอกว่า ลาก่อนสินะ........”
“จิโร่......”ในใจตอนนี้เขาอยากจะเหนี่ยวรั้งร่างบางเหลือเกิน แต่ตัวเขาก็ไม่อาจทำได้
“บ๊ายบาย บุนจัง”ร่างบางว่าเช่นนั้นก่อนจะสะพายเป้วิ่งกลับไป
ทิ้งให้ร่างสูงได้แต่มองร่างบางจนไกลลับตา
จิโร่วิ่วิ่งมาไกลแค่ไหนเขาก็ไม่รู้ตัว รู้เพียงแต่ว่า ทำอย่างไรก็ไม่อาจห้ามไม่ให้น้ำตามันไหลได้เลย
หลังจากวันนั้นผ่านมากี่วันแล้วนะ.......ที่เขาหนีไปจากชีวิตของเด็กหนุ่มแดง.......
ทั้งๆที่วันนั้นเขาทำใจไว้แล้ว ว่าจะไม่เสียใจสำหรับการตัดสินใจ แต่ทำไม ในอกถึงได้ปวดร้าวเช่นนี้นะทำไมถึงคิดถึงเรื่องของร่างสูงอยู่ได้
“ไม่ได้นะ ฉันจะไปคิดถึงเขาอีกไม่ได้.........เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว.....บุนจังก็คง........”
ทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่ทำให้ทั้งคู่ลำบากใจอีก แต่ความรู้สึกที่เขายังมีอยู่เต็มหัวใจมันก็ห้ามมันไม่ได้ง่ายๆเช่นกัน
Plot
(ตัดมาตอนที่บุนตะขอเลิกกับอาคายะ)
“ทำไมล่ะฮะ รุ่นพี่…..ทำไม ผมอะไรผิดงั้นเหรอ ทำไมล่ะ”น้ำเสียงสั่นเครือ ความเศร้าที่เอ่อล้นในแววตา
เด็กหนุ่มผมแดงรู้ถึงผลลัพธ์ดี แต่ในเมื่อใจเขาไม่ได้มีเด็กหนุ่มร่างบางที่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว
ยิ่งเหนี่ยวรั้ง ยิ่งโกหกเขาไว้ ยิ่งนานวัน อาคายะก็จะมีแต่เจ็บปวดมากยิ่งขึ้น
“นายไม่มีอะไรที่ผิดหรอก อาคายะ คนที่ผิดคือฉันเอง…….”เขาไม่อาจจะโกหกร่างบางได้มากกว่านี้
“ไม่จริง รุ่นพี่ไม่ได้รักผมแล้ว ไม่จริงผมไม่เชื่อ!!!” อาคายะจิกที่ชายเสื้อของบุนตะ ตัวของเด็กหนุ่มสั่นเทิ้มราวกับจะกลั้นความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนไว้
“บอกสิครับ ว่ารุ่นพี่โกหก……บอกผมสิ…….รุ่นพี่มารุอิ!!”เด็กหนุ่มกรีดร้องพลางกลั้นไม่ให้น้ำตาออกมา
“ฟังนะ!! อาคายะ ฉันรักนายไม่ได้แล้ว” บุนตะจับหัวไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างเต็มแรง
อาคายะมองหน้าเขาด้วยหัวใจที่บีบคั้น
“ฉันขอโทษอาคายะ แต่เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว หัวใจของฉันมันรู้ตัวดี ตอนนี้คนที่อยู่ในใจฉัน มีแต่เด็กคนนั้น”
เด็กหนุ่มร่างบางมองหน้าเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่ไม่อาจกลั้นไว้
“………ถ้าฉันไม่ยุติเรื่องของเรา ระหว่างนี้ มันมีแต่จะยิ่งทำร้ายนาย”
“แล้วจะบอกว่า…….ที่ผ่านมา รุ่นพี่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับผมเลยใช่มั้ย…….”เด็กหนุ่มกล่าวเสียงสั่นเครือ
“ที่ผ่านมา…ทุกๆอย่าง มันก็แค่สิ่งที่ผมคิดไปเองใช่มั้ย”
เด็กหนุ่มผมแดงหลับตาลง…แม้คำพูดที่จะเอ่ยออกไป มันจะโหดร้ายกับร่างบาง แต่เขาไม่อาจจะทนโกหกได้อีก……
“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยคิด เพียงแต่…..ความรู้สึกที่ฉันมีต่อนาย มันต่างจากเด็กคนนั้น……ฉันผิดเองที่ไม่อาจห้ามใจตัวเองที่คิดนอกใจ…..แต่ว่า สำหรับฉันแล้ว…….”
“ต่อให้นายร้องไห้ต่อหน้าฉัน…..ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว แต่ว่าสำหรับเด็กคนนั้น ฉันไม่อยากจะทำให้เขาร้องไห้เพราะฉันอีก…….”
สิ้นคำพูดนั้น เด็กหนุ่มผมดำทิ้งตัวลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรงก่อนที่จะพึมพรำเบาๆทั้งน้ำตา
“ยังงั้นเองเหรอฮะ ความรู้สึกของคุณ…….…..ยังงั้นน่ะเอง ที่แท้ผมไม่เคยมีความสำคัญอะไรกับรุ่นพี่เลย” เด็กหนุ่มพยายามเช็ดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้
“จะซัดหน้าฉันก็ซัดตามที่ใจนายต้องการเถอะ แต่……ไม่ว่าอย่างไง คนที่ฉันรักในตอนนี้ก็มีแค่ จิโร่เท่านั้น”
เพลี๊ยะ!!!!! บุนตะรู้สึกชาไปทั้งหน้า แต่เขาก็รู้ดี ว่ามันไม่อาจเทียบกับสิ่งที่เขาทำลงไปต่อร่างบาง
“พอเถอะ…..รุ่นพี่ผมไม่อยากฟังอีกแล้ว”
"อาคายะ ฉัน…….”บุนตะก้มหน้าลง “ขอโทษ”
“ไม่ต้องหรอกฮะ มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว……..”
“ยังไงฉันก็ขอโทษจริงๆ………”
“อึก…..”ร่างบางพยายามพยุงร่างตัวเองลุกขึ้น โดยไม่หันกลับไปมอง “…..พอเถอะครับ คำพูดของรุ่นพี่น่ะมีแต่จะให้ยิ่งทำให้เจ็บปวด”
“อาคายะ ฉันเสียใจจริงๆนะ ฉันไม่ได้อยากจะทำร้ายนาย ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นแบบนี้”แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นแค่ข้อแก้ตัวที่ทำให้ตัวเองสบายใจ แต่กระนั้นมันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ออกมาจากใจของเขาจริงๆ
อาคายะยืนหยุดนิ่งโดยที่ไม่หันมามอง…..
“พอเถอะครับ……ผมมันโง่เอง….ที่ทุ่มเทใจให้รุ่นพี่ โดยที่ไม่ได้รู้เลย ว่า ใจของคุณน่ะ ไม่มีผมเหลืออยู่อีกแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ…..เก็บเอาคำพูดนั้นน่ะ ไปทุ่มเทเวลาให้กับคนสำคัญของรุ่นพี่ดีกว่า”น้ำเสียงของเด็กหนุ่มร่างบางสะกดความเศร้าเอาไว้
ร่างกายของร่างบางสั่นเทิ้มแต่ก็กลั้นที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาอีก
เขาๆไม่ต้องการความสงสาร หรือความเห็นใจใดๆ ถ้าหากคนๆนั้นไม่มีเยื่อใยต่อไปกับเขาอีกแล้ว
“…….ลาก่อนครับ รุ่นพี่……………”
บุนตะได้แต่กำหมัดแน่นเฝ้ามองร่างบางเดินจากเขาไปโดยที่ได้แต่ภาวนาขอให้ร่างบางได้เจอใครที่ดีกว่าเขา ที่เอาแต่ทำร้ายเด็กหนุ่มให้เจ็บช้ำ………
ใครที่ไม่ต้องทำร้ายเด็กหนุ่มร่างบางให้ต้องเสียใจอีก
คนที่สามารถรักอาคายะได้อย่างหมดหัวใจที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ
คำภาวนาที่ออกมาจากใจ ของคนที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน
แต่ผิดที่เขาไม่อาจเลือกที่จะบรรจบเส้นทางนั้นไว้กับร่างบาง
เพราะหัวใจของได้เลือกร่างบางอีกคนไว้แล้ว และไม่มีใครที่จะมาแทนที่ได้
“จากนี้ไปฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจอีกแล้วนะ จิโร่……..ฉันสัญญา”
จะไม่ยอมให้ใครมาเสียใจหรือทำร้ายใครเพราะตัวเขาอีก
“นี่หมู่นี้ดูจิโร่ซึมๆไปนะ ยูชิ......”กาคุโตะมองที่ร่างบาง(ซึ่งสูงกว่าตัวเองนิดหน่อย)ที่กำลังนั่งเหม่อๆอยู่ริมหน้าต่างข้างห้องเรียน ก่อนจะหันไปคุยกับคู่หู(คู่ใจ)
“ก็นะ.......มันก็น่าอยู่หรอก” เด็กหนุ่มร่างสูงแว่นกลมว่า เพราะเขาพอจะรู้ถึงเหตุผลลึกๆอยู่เหมือนกัน
“เห~ นายรู้อะไรอยู่งั้นเหรอ บอกมั่งสิๆๆๆๆ” กาคุโตะเซ้าซี้ถาม เพราะอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้
“อืม......จะว่ายังไงดีล่ะ”ถึงจะพอรู้เหตุผลบ้าง แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะให้ใครรู้นัก โดยเฉพาะเด็กหนุ่มตัวเล็กขี้วีนอย่างกาคุโตะ (ขืนรู้เข้า ต้องถ่อไปบึ้มถึงริคไคแน่ๆ)
“อะไรกัน ตัวเองรู้คนเดียวแต่ไม่ให้ฉันรู้เนี่ยนะ!” ร่างเล็กทำเสียงไม่พอใจขึ้นมา
“เอาน่าๆ อย่าน้อยใจสิ กาคุโตะ”ร่างสูงพยายามปลอบร่างเล็กที่เริ่มงอน
“เชอะ!!”
ถึงจะรู้สึกขบขันกับท่าทางแง่งอนของกาคุโตะมากกว่าจะเหนื่อยใจ ทว่าเขาเองก็เป็นห่วงเด็กหนุ่มร่างบางเหมือนกัน
‘ถ้าร่าเริงขึ้นได้ก็ดีสินะ จิโร่.........’
เด็กหนุ่มร่างสูงย้อนนึกถึงวันที่เขาเจอจิโร่หลังจากที่เด็กหนุ่มกลับมาจากสวนสาธารณะในวันที่เขาบอกเลิกกับเด็กหนุ่มผมแดงไป
“อ้าว จิโร่ มาทำอะไรอยู่ที่นี่น่ะ ดึกดื่นยังไม่กลับอีกเหรอ”เขาเองอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นร่างบางมายืนอยู่ที่หน้าบ้านเขาในยามพลบค่ำ
“อ่ะ คือว่า.......”ร่างบางยิ้มเหะๆ ทำท้าอ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง
“หือ มีอะไรงั้นเหรอ” เขาลูบหัวร่างบางเบาๆเหมือนทุกที แต่แทนที่จิโร่จะยิ้มตอบกลับเหมือนทุกครั้ง เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าลง
“จิโร่?”เป็นเขาซะเองที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจากร่างบาง
“........โอชิทาริ........ฉัน ฉัน.......”เสียงของร่างบางเริ่มสั่นก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเศร้าในน้ำเสียง
“เกิดอะไร จิโร่ใจเย็นๆนะ มีอะไรงั้นเหรอ.........”แต่ก่อนที่จะได้รู้อะไรนั้น จิโร่ก็โผเข้ากอดร่างสูงก่อนจะปล่อยโฮออกมา.......
“จิโร่......เกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไป......”น้ำเสียงของยูชิเคร่งเครียดขึ้นมา เมื่อเห็นร่างบางร้องไห้หนัก
“ฉัน....ฉันบอกเขาไปแล้ว........”
“บอกเขา?”
“ทั้งๆที่ฉันจะไม่เสียใจ.....จะไม่คิดมาก...แต่ว่าฉันก็ ฉันก็.....”
“ใจเย็นๆก่อนนะจิโร่ เข้าบ้านฉันทำใจให้สบายๆก่อนนะ”ยูชิโอบไหล่เด็กหนุ่มร่างบางให้ตามเขาเข้าไปในบ้าน
ครู่ต่อมา เด็กหนุ่มร่างสูงชงชาอุ่นๆมาให้เพื่อนร่างบางของตน
“ดื่มชาก่อนนะ จิโร่ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น”
เด็กหนุ่มเรือนผมสีทองร่างบางรับถ้วยชามา เขาค่อยๆจิบชาขึ้นมาดื่มช้าๆ
“ค่อยยังช่วยขึ้นแล้วนะ?”ยูชิถามอย่างอ่อนโยน
“อือ………”จิโร่ยิ้มน้อยๆหากแต่แววตาคู่สดใสนั้นกลับหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด
“มีเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ…….?”
จิโร่ไม่ได้ตอบเพียงแต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ยูชิทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เปลี่ยนใจที่จะเงียบไว้ดีกว่า
เสียงฝนสาดกระเซ็นลงมาเป็นระยะ
“โอชิทาริ……..”ในที่สุดเด็กหนุ่มร่างบางก็เริ่มเอ่ยคำพูดออกมาท่ามกลางความเงียบนั้น
“อื๋อ อะไรเหรอจิโร่”
“โอชิทาริเคยคิดว่า ….จะต้องแยกจากกั๊กคุงบ้างมั้ย?”
“แยกจาก? หมายถึงยังไงล่ะ? ที่เราไม่ได้เล่นคู่ด้วยกันน่ะเหรอ”
จิโร่ส่ายหน้าเบาๆ
“งั้นแล้วแยกจากแบบไหนล่ะ?”ยูชิถามย้ำ
“ก็อย่าง……..”จิโร่เงียบไปคล้ายกับจะพูดไม่ออกแต่ก็กล้ำกลืนที่จะพูดออกมา “ถ้าจริงๆกั๊กคุงมีคนอื่นที่คบด้วยและคนๆนั้นก็รักกั๊กคุงมากๆ แล้วพอคนๆนั้นก็คิดว่ารักกั๊กคุงมากๆกว่าที่โอชิทาริรักกั๊กคุง โอชิทาริจะทำยังไง?…….”
“อืม….ถ้าเป็นยังงั้นน่ะเหรอ…แต่คิดไม่ออกเฮะว่า กาคุโตะจะมีคนอื่นที่คบอยู่ด้วยน่ะ...”ยูชิเกาคางเล็กน้อยและเหมือนจะขำในคำถามที่วกไปวนมาของเพื่อนร่างบางของตน แต่พอเห็นสีหน้าของจิโร่ ยูชิก็เข้าใจคงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะหัวเราะ
“คือก็…. แค่สมมติเฉยๆน่ะ…..”
“อืมถ้าเป็นยังงั้นจริง….ฉันก็คงถามล่ะ? ว่ากาคุโตะรักใครมากกว่ากัน”
“แล้วถ้ากั๊กคุงบอกว่าเลือกไม่ได้ล่ะ? โอชิทาริจะเป็นฝ่ายไปจากกั๊กคุงมั้ย?”
“ถ้าเป็นยังงั้นจริงๆ……ฉันก็คงขอร้องไม่ให้กาคุโตะไปจากฉันหรอกนะ”
“เอ๊ะ……..”
“อาจจะฟังดูเอาแต่ใจเกินไป….แต่เพราะฉันเองก็รักกาคุโตะที่สุด ถ้าหากจนแล้ว กาคุโตะไม่ได้เลือก ฉันก็คงอยากจะรั้งเขาไว้….แล้วขอร้องว่าอย่าไปจากฉันเลยนะ….” เด็กหนุ่มร่างสูงว่าพลางยิ้มเขินๆเล็กน้อยในคำตอบ
“อืม….อย่างนั้นเหรอ”จิโร่ว่า น้ำเสียงดูเหมือนจะเศร้าลงไปอีก
ทั้งคู่เงียบต่ออีกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ยูชิจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดขึ้นมาบ้าง
“มีใครบอกให้นายเลิกกับเด็กหนุ่มริคไค คนนั้นเหรอ?”ยูชิถามเข้าไปตรงประเด็น
“เอ๊ะ? ทำไม?”จิโร่ถามเหมือนสงสัยว่าทำไมยูชิถึงได้รู้
“หึ เดาเอาจากความรู้สึกน่ะ” เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินว่าก่อนจะจิบชาอีกครั้ง
“………….” จิโร่ก้มหน้าลงอีก พลางจิกเข่าลง…….
“ก็เลยบอกเลิกกับเขาไปงั้นเหรอ?”
“………………”มีเพียงหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินลงมาแทนคำตอบ
“เจ้าเด็กน้อยเอ๊ย…….”ร่างสูงลูบหัวเพื่อนตัวเล็กผู้แสนบอบบางของตน “ถ้าหากว่าเจ็บปวดขนาดนั้น….ก็ไม่จำเป็นต้องบอกเลิกกับเขาก็ได้นี่นา……”
“แต่ว่า…….ฉันเป็นคน…..ที่เข้าไปแทรกกลาง….ระหว่าง…พวกเขา….”
“มันไม่เกี่ยวกันนะ ถึงจะรู้ตัวว่ามาทีหลัง แต่นายก็ยังรักเขาใช่มั้ย……”
“………………..”
“ถ้ารักมากขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องจากมาก็ได้นี่นา……”
“…………….”
“แต่……….”
"แล้วเขาบอกเหรอว่า เขาเลือกเด็กคนนั้นมากกว่า”
จิโร่ส่ายหน้าอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกนะจิโร่…….”ยูชิค่อยๆโอบร่างบางเบาๆ
“ถ้าเลิกไม่ได้ ก็รักต่อไปเถอะ…..ถึงท้ายที่สุดแล้วเขาจะไม่ได้เลือกเราก็ตามเถอะ…. นายไม่ผิดหรอกนะที่รักเขา…..แต่บางทีมันอาจจะแค่ผิดที่และผิดเวลาเท่านั้น ฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำใจ…. แต่เวลาจะค่อยๆทำให้นายดีขึ้นเอง”
“งั้นฉันควรจะลืมเขามั้ย……”ร่างบางถามทั้งน้ำตา
“ก็อยู่ที่ว่า อย่างไหนจะเจ็บปวดน้อยกว่ากันล่ะนะ”
“แต่ถ้าฉันไม่ลืมเขา มันจะผิดต่อ อาคายะคุงมากมั้ย… ……….”
“ถ้าบอกให้ลืมเขา นายจะทำได้มั้ยล่ะ?”
จิโร่ส่ายหน้าเบาๆ
“ถ้าไม่อยากลืม ก็รักต่อไปเถอะ………”
“แต่…….”
“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ความรักน่ะมันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ไม่มีใครผิดหรอกที่จะเลือกที่รัก หรือเลือกที่จะไม่รัก….สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับคนๆนั้นเท่านั้น ฟังดูมันอาจจะไม่ยุติธรรมต่อเด็กที่ชื่ออาคายะคุง แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ……ที่นายจะรักเขาเหมือนกัน…..”
“อือ………”จิโร่ว่าเหมือนจะเข้าใจ แม้ว่าหยาดน้ำตาจะคงไหลอยู่
ยูชิค่อยๆช่วยเช็ดหยาดน้ำตาให้…….
“ตอนนี้ค่อยๆทำใจให้สบายดีกว่านะ….จิโร่”
“อืม………”
เสียงฝนค่อยๆซาลง….
“ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว…..ฉันว่านายควรจะรีบกลับไปได้แล้วนะ เดี๋ยวที่บ้านก็เป็นห่วงเอาหรอก”