อัฟเพิ่มงับ Junk Plot Fiction!!! ปล.กำลังพยายามอัฟพราะถ้ามันหายอย่าแปลกใจนะงับ 

 Junk Plot : อธิบายก่อนกันงงงับ มันคืออะไร จริงๆเป็นศัพท์ที่เรา edit เอง

ก็ประมาณหมายถึง พล๊อตฟิคที่คิดแล้วแต่งเอาไว้

แต่มันดันไม่จบหรือไม่ก็ล้มเลิกแต่งกลางครันซะงั้น แล้วไอ้ครั้นจะเก็บไปทิ้งก็เสียดายบางเรื่องที่แต่งไว้เยอะมาก

ก็เลยเอามาโพสทิ้งไว้ดีกว่า เผื่อมีใครสนใจอยากเอาไปแต่งต่อ หรือจะเอาไปใช้ก็ได้งับ ไม่ว่ากัน!!

แต่กรุณาช่วย credit ไว้ก็ดีฮะ หุๆ

 

 

พอดีว่าชอบ Plot นี้นะ แต่งคงไม่ได้แต่งต่อ ใครอยากต่อหรือเอาไปจิ้นต่อได้เลยงับ

 (พอดีดาร์กขี้เบื่อนิดๆ+ชอบจิ้นพล็อตใหม่ๆไปเรื่อยก็เลยไม่ค่อยได้แต่งต่อจนจบสักที = =")

 ป.ล.font อาจจะไม่สวยหรือรกก็ขอโทษนะงับแก้ได้เท่านี้

 

POT Fanfiction

Title :  The day you ran away

Paring : Tezuka x Ryoma                  

: หมายเหตุ อ้างอิงจากตอนในอนิเมะ ที่เทะสึกะไปเยอรมัน นะจ๊ะ 

  ฉันจะไปเยอรมัน……..”  ผมได้ยินผิดไปใช่มั้ย?......  

แววตาที่คุณมองดูเหมือนจะไม่มีการลังเลใจ

  คุณจะไปจริงๆเหรอฮะ……….   กัปตัน?   ทำไม?       

แขนของเด็กหนุ่มที่ดูจะอ่อนล้าลงเมื่อได้ยินคำขาด

 

 

เด็กหนุ่มร่างเล็กปล่อยลูกเทนนิสที่เดาะอยู่ลงพื้นอย่างง่ายดาย….

 

 ขณะที่สมาชิกทุกคนในทีมกำลังตกตะลึงของการตัดสินใจครั้งนี้

  ทว่า…..มีเพียงเด็กหนุ่มเท่านั้นที่สานสายตา…..

  พร้อมกับหัวใจที่ดูเหมือนจะยิ่งไม่รับรู้ต่อสิ่งใดๆอีกแล้ว  

ยิ่งสายตาที่เขามองมาไม่ปฏิเสธ 

  กัปตัน……..”

 

………….เทะสึกะยังคงสบสายตากับเด็กหนุ่มก่อนที่  

เฮ้ย!!จะไปไหนน่ะเอจิเซ็น โมโมะตะโกนเรียกเด็กหนุ่มที่วิ่งตีจากไป

   ปล่อยเขาเถอะ โมโมะ!!”ฟูจิจับไหล่เด็กหนุ่มร่างสูงก่อนจะมองเทะสึกะด้วยสายตาเป็นนัย 

ไม่คิดตามเขาไปเหรอ เทะสึกะ…….’    เทะสึกะได้แต่ยืนมองร่างบางที่วิ่งไปจนไกลลับตา…..  

แม้จะอยากก้าวตามร่างบางมากแค่ไหนเขาก็ต้องหักห้ามใจไว้…..  เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าผลของคำพูดมันจะออกมาเป็นเช่นนี้……  แต่สิ่งเดียวที่เขาไม่อาจจะรู้ได้คือหัวใจของร่างบางจะเป็นอย่างไร  

ทว่าสิ่งที่เขาตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าอะไรก็ไม่อาจทัดทานได้

 

  แม้แต่ความรู้สึกที่มีต่อเด็กหนุ่มร่างบางก็ตาม   

 

 เยอรมันงั้นเหรอ………” เด็กหนุ่มตัวน้อยทอดถอนหายใจ…. 

 ทำไมกัน…….ทำไมเขาต้องเก็บเอาเรื่องนี้มาคิดมากด้วย

 ไม่ได้จะจากกันไปชั่วชีวิตสักหน่อย………”เด็กหนุ่มบอกกับตัวเองเสียงแผ่วเบากระนั้น….

ร่างบางก็ห่อไหล่คุดคู้พลางนอนเหม่อจ้องเพดานราวกับพยายามจะหาคำตอบ 

เมี้ยว~~”เสียงเจ้าแมวน้อยเข้ามาออดอ้อนแต่ดูเหมือนว่าเจ้านายของมันกำลังไม่อยู่ในอารมรณ์ที่จะเล่นด้วยเจ้าคาลปิ้นกระโดดขึ้นเตียงมาคลอเคลียเรียวมะเพียงแค่จับมันวางลงกับพื้น

 ขอโทษนะ คาลฉันไม่มีอารมณ์

 เหมี้ยว?มันมองตอบเหมือนกับไม่เข้าใจ  

เฮ้อ…….คาลถ้าฉันไม่อยู่นี่ แกจะอ้อนใคร ฮึ?เด็กหนุ่มจิ้มหน้าผากเจ้าแมวน้อยสุดรักมันเพียงเอียงคอไปด้านข้างด้วยสีหน้างงๆ ร่างบางถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้เขาอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะเกาคอเบาๆเจ้าแมวน้อยครางในลำคออย่างพอใจ…..ทำให้เขาอดคิดไม่ได้บ้างว่า…..

 

ถ้าฉันเป็นแมวบ้างก็ดีสิ……..”ไม่ต้องคิดอะไรมาก…… 

แสดงความรู้สึกเข้าไปอ้อนตรงๆ……เข้าไปอ้อน……..  ขอร้อง…..   

  อย่าไปเลย   กัปตัน……..” เจ้าแมวน้อยเงยหัวมองหน้าเจ้านายของมันอย่างไม่เข้าใจ……

เมื่อหยาดน้ำใสร่วงลงเข้าที่หน้าของมัน  

เมี้ยว~”  มันเอียงคอไปมาพลางพยายามถูตัวกับเด็กหนุ่มราวกับจะปลอบใจ…….

 เมี้ยว……..”แต่มันก็ทำได้เพียงแค่ร้องไปมา……

.ในขณะที่หัวใจของเด็กหนุ่มดำดิ่งสู่ความเศร้าลง 

 

 

 

จบแล้ว Plot แรกเหตุผลที่ไม่ได้แต่งต่อ : เพราะดาร์กลั่ลล้า~~ไปกรี๊ดๆคู่อื่นอยู่นั่นเองงับ ถึงจะรักน้องมะก็เถอะแต่บางทีป๋าเทะ เคะแล้วน่ารักกว่า แต่เนื่องจากชอบน้องมะเคะ ด้วย เคะชนเคะมันก็กระไรอยู่ก็เลยไม่แต่งต่อดื้อๆอย่างนี้ล่ะงับ   

ปล.จริงๆมีplot บุนตะxจิโร่ด้วย

แต่เนื่องจากมันยาวมาก + อัฟแล้วฟอนต์มันไม่สวยสักทีเลย ต้องขอเวลาสักพักนะงับ อัฟพล็อตนี้ให้อ่านไปก่อนเดี๋ยวจะมา edit เพิ่ม

 

Edit : เพิ่ม!! คู่บุน*จิโร่  ค่อยๆอัฟเรื่อยๆกลัวหน้าเจ๊งอ่างับ

 

Junk Plot 2

pairing :

Bunta x Jirou +Akaya(HiyoAka)

 

 ที่เฮียวเท

เด็กหนุ่มร่างบางผู้มีนัยน์ตาสีทองใส  เรือนผมสีทองที่ทอประกายช่างดูบอบบางกำลังนั่งทอดกายอยู่ในห้องเรียนขณะที่เป็นชั่วโมงโฮมรูม

 

จิโร่นั่งเหม่อภายในห้อง  แววตากลมโตใสคู่นั้นดูหม่นหมอง  กี่วันแล้วนะที่เขาผ่านวันนั้นมา…….เด็กหนุ่มร่างบางย้อยคิดถึงวันที่เขาพบกับเด็กหนุ่มผมแดงเป็นครั้งสุดท้าย

 

แววตาสีทองคู่นั้นยิ่งดูหม่นหมองลง…..ด้วยความเศร้า

 

บุนจัง……..เราเลิกกันเถอะประโยคที่ออกจากริมฝีปากน้อยด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเศร้าไว้…..

 

ประโยคที่เขาเป็นคนเริ่มมันเอง เพื่อหยุดความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขากับเด็กหนุ่มผมแดง

 

ทำไม……..”น้ำเสียงของอีกฝ่ายเคร่งเครียดขึ้นมา 

ทำไมล่ะ จิโร่ เพราะอะไร!!!”บุนตะจับแขนบอบบางทั้งสองข้างของเขาไว้แน่น ราวกับจะคาดคั้นคำตอบ

 

พอเถอะนะ บุนจัง……..”ร่างบางพยายามฝืนความเศร้าเอาไว้

 

 

จิโร่?.........”

 

พวกเราหยุดทำผิดกับเด็กคนนั้นเถอะนะ……..” 

เด็กคนนั้นแล้วบุนตะก็เข้าใจในความหมายของคำตอบ 

นายหมายถึง อาคายะใช่มั้ย…….”เสียงของอีกฝ่ายแผ่วลง จิโร่ก้มหน้าลงคล้ายกับจะฝืนไม่ให้น้ำตาไหล  ตัวเขาได้แต่เพียงยิ้มเท่านั้นเขาไม่ต้องการจะทำให้คนที่เขารักสุดหัวใจต้องมาลำบากใจเพราะเรื่องของเขาอีกแล้ว 

 

ยิ่งกับเด็กหนุ่มคนนั้น  โดยเฉพาะตัวเขาที่มาทีหลัง เขาไม่มีสิทธ์ที่จะเรียกร้องหรือเหนี่ยวรั้งอะไรมากไปกว่านี้ 

ฟังนะจิโร่ เรื่องฉันกับอาคายะ….”เมื่อร่างสูงกำลังจะแก้ต่าง  แต่ร่างบางชิงพูดขึ้นมาก่อน 

 

ไม่เอาแล้วล่ะ…..ฉันไม่อยากทำให้ใครๆเสียใจมากไปกว่านี้   บุนจังกับอาคายะคุงรักกันมาก่อน  ขอโทษที่ฉันไม่รู้อะไรเลย   แค่คิดว่าการที่บุนจังยอมให้ฉันอยู่ข้างๆ  แค่นี้ฉันก็มีความสุขมากพอแล้ว  แต่ว่ามันไม่ใช่……”

 

  ร่างบางก้มหน้าลงก่อนที่จะพูดไปเรื่อยๆ ราวกับเพื่อไม่ให้น้ำตาที่มันพยายามจะไหลออกมา 

พอได้ใกล้ชิดกับบุนจังทุกวันทุกวัน  ฉันมีความสุขมาก และฉันก็คิดว่า มีแต่ฉันเท่านั้นที่เป็นคนพิเศษ   แต่ว่า….ฉันถึงได้รู้…….ไม่ได้มีแต่ฉันเท่านั้นที่คิดแบบนั้น……..”  

จิโร่ เรื่องอาคายะน่ะ ฉัน……”แต่พอเห็นใบหน้าที่จิโร่เงยขึ้นมาคำพูดทุกอย่างเขาก็ได้แต่เก็บมันเอาไว้ ใบหน้าของจิโร่ที่ฝืนยิ้มทั้งน้ำตา

 ฉันรักบุนจังมากนะ…..รักที่สุด  แต่ว่า  ฉันแย่งบุนจังมาจากเด็กคนนั้นไม่ได้……..เด็กคนนั้นก็รักบุนจังมากเหมื่อนกัน……เพราะฉะนั้น  ฉัน…..ต้องหยุดตั้งแต่ตอนนี้  ก่อนที่ฉันจะรักบุนจังมากไปกว่านี้  ก่อนที่อาคายะคุงจะต้องเจ็บปวดเพราะฉันมากไปกว่านี้…….”

 น้ำเสียงสะอื้นเบาๆแทบทำให้เขาจะขาดใจเพราะความเศร้าของร่างบาง

 เพราะอย่างงั้นฉัน…”ร่างบางเริ่มสะอื้นจนพูดไม่ได้ ทั้งๆที่เขาไม่ต้องการจะร้องไห้ เพราะไม่อยากจะทำให้บุนตะลำบากใจที่จะปล่อยเขาไป 

พอได้แล้วจิโร่…….”เด็กหนุ่มร่างสูงกัดฟันแน่น

 

ฉัน......ฉัน……..” แต่ก่อนที่ร่างบางจะพูดได้มากกว่านี้ เด็กหนุ่มผมแดงก็รั้งตัวเขามากอดแน่น

 

จิโร่เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ อึก ปล่อยนะ บุนจังร่างบางพยายามขัดขืนโดยการดิ้นหนีจากตัวเขา

 

ไม่!!   ฉันจะไม่ยอมปล่อย  ฉันจะปล่อยนายไปทั้งแบบนี้ ได้ยังไงเด็กหนุ่มกัดฟันแน่น ความรู้สึกผิดมีอยู่เต็มอก.....เรื่องทั้งหมดคนที่รับกรรมควรจะเป็นเขาที่เป็นผู้ก่อแท้ๆ  แต่แล้วคนที่เสียใจที่สุดกลับเป็นร่างบางในอ้อมแขน

 

ทำไมนายจะต้องเป็นคนที่ร้องไห้ ทำไมนายต้องเป็นคนที่เสียใจที่สุดด้วยล่ะ.......จิโร่ คนที่ผิดน่ะมันควรจะเป็นฉันมากกว่า

 

....อึก....บุนจังจิโร่ก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้าที่มีน้ำตาไหลอาบแก้ม เด็กหนุ่มร่างบางเอื้อมมือไปจับที่ใบหน้าของร่างสูง

 

ไม่หรอกนะ  สำหรับฉันแล้ว บุนจังไม่ผิดเลย  อาคายะคุงเองก็ไม่ผิดอะไร......มันผิดตั้งแต่วันที่ฉันเข้ามา  วันที่ฉันบอกรักบุนจัง...........

 

แต่จิโร่......

 

 ริมฝีปากของเด็กหนุ่มผมทองจุมพิตที่ริมฝีปากหนาอย่างแผ่วเบา

จิโร่…..”

 

ให้มันหยุดแค่นี้เถอะนะ........ฉันขอร้อง

 

 

พอเห็นใบหน้าที่แย้มยิ้มด้วยความเศร้าสร้อยแบบนั้น เขาก็รู้แล้วว่าไม่อาจเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจของร่างบางได้

  

มันเป็นไปไม่ได้อีกแล้วใช่มั้ย  เรื่องระหว่างเรา.........

 

 

จิโร่ก้มเพียงแต่พยักหน้าเบาๆ

 

 

แม้ว่าฉันจะรักนายงั้นเหรอ

 

 คำพูดนั้นน่ะ สำหรับฉันแค่ความรู้สึกก็พอแล้วล่ะ...........เพราะฉะนั้นปล่อยฉันเถอะนะ 

เมื่อเป็นคำขอร้องของร่างบาง บุนตะจำใจต้องปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนของตน

 

 

ขอบใจนะ.......บุนจัง สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา ถึงตอนนี้ฉันคงต้องบอกว่า ลาก่อนสินะ........

 

 

จิโร่......ในใจตอนนี้เขาอยากจะเหนี่ยวรั้งร่างบางเหลือเกิน แต่ตัวเขาก็ไม่อาจทำได้

 

บ๊ายบาย  บุนจังร่างบางว่าเช่นนั้นก่อนจะสะพายเป้วิ่งกลับไป

 

ทิ้งให้ร่างสูงได้แต่มองร่างบางจนไกลลับตา

 

จิโร่วิ่วิ่งมาไกลแค่ไหนเขาก็ไม่รู้ตัว  รู้เพียงแต่ว่า ทำอย่างไรก็ไม่อาจห้ามไม่ให้น้ำตามันไหลได้เลย

 

หลังจากวันนั้นผ่านมากี่วันแล้วนะ.......ที่เขาหนีไปจากชีวิตของเด็กหนุ่มแดง.......

 

ทั้งๆที่วันนั้นเขาทำใจไว้แล้ว ว่าจะไม่เสียใจสำหรับการตัดสินใจ  แต่ทำไม ในอกถึงได้ปวดร้าวเช่นนี้นะทำไมถึงคิดถึงเรื่องของร่างสูงอยู่ได้

 

ไม่ได้นะ   ฉันจะไปคิดถึงเขาอีกไม่ได้.........เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว.....บุนจังก็คง........

 

ทั้งๆที่รู้ว่าจะไม่ทำให้ทั้งคู่ลำบากใจอีก แต่ความรู้สึกที่เขายังมีอยู่เต็มหัวใจมันก็ห้ามมันไม่ได้ง่ายๆเช่นกัน

 

Plot

(ตัดมาตอนที่บุนตะขอเลิกกับอาคายะ)

 

ทำไมล่ะฮะ รุ่นพี่…..ทำไม   ผมอะไรผิดงั้นเหรอ  ทำไมล่ะน้ำเสียงสั่นเครือ ความเศร้าที่เอ่อล้นในแววตา

เด็กหนุ่มผมแดงรู้ถึงผลลัพธ์ดี  แต่ในเมื่อใจเขาไม่ได้มีเด็กหนุ่มร่างบางที่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว

 

ยิ่งเหนี่ยวรั้ง  ยิ่งโกหกเขาไว้  ยิ่งนานวัน  อาคายะก็จะมีแต่เจ็บปวดมากยิ่งขึ้น 

 

นายไม่มีอะไรที่ผิดหรอก อาคายะ  คนที่ผิดคือฉันเอง…….”เขาไม่อาจจะโกหกร่างบางได้มากกว่านี้

 

ไม่จริง   รุ่นพี่ไม่ได้รักผมแล้ว  ไม่จริงผมไม่เชื่อ!!!”  อาคายะจิกที่ชายเสื้อของบุนตะ  ตัวของเด็กหนุ่มสั่นเทิ้มราวกับจะกลั้นความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนไว้

 

บอกสิครับ  ว่ารุ่นพี่โกหก……บอกผมสิ…….รุ่นพี่มารุอิ!!”เด็กหนุ่มกรีดร้องพลางกลั้นไม่ให้น้ำตาออกมา 

 

ฟังนะ!! อาคายะ  ฉันรักนายไม่ได้แล้ว  บุนตะจับหัวไหล่ของเด็กหนุ่มอย่างเต็มแรง

 

อาคายะมองหน้าเขาด้วยหัวใจที่บีบคั้น

 

ฉันขอโทษอาคายะ  แต่เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว  หัวใจของฉันมันรู้ตัวดี  ตอนนี้คนที่อยู่ในใจฉัน  มีแต่เด็กคนนั้น 

เด็กหนุ่มร่างบางมองหน้าเขาด้วยดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่ไม่อาจกลั้นไว้

 

“………ถ้าฉันไม่ยุติเรื่องของเรา ระหว่างนี้  มันมีแต่จะยิ่งทำร้ายนาย

 

แล้วจะบอกว่า…….ที่ผ่านมา   รุ่นพี่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับผมเลยใช่มั้ย…….”เด็กหนุ่มกล่าวเสียงสั่นเครือ 

ที่ผ่านมาทุกๆอย่าง  มันก็แค่สิ่งที่ผมคิดไปเองใช่มั้ย

 

เด็กหนุ่มผมแดงหลับตาลงแม้คำพูดที่จะเอ่ยออกไป มันจะโหดร้ายกับร่างบาง  แต่เขาไม่อาจจะทนโกหกได้อีก…… 

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยคิด  เพียงแต่…..ความรู้สึกที่ฉันมีต่อนาย  มันต่างจากเด็กคนนั้น……ฉันผิดเองที่ไม่อาจห้ามใจตัวเองที่คิดนอกใจ…..แต่ว่า   สำหรับฉันแล้ว…….”

 

ต่อให้นายร้องไห้ต่อหน้าฉัน…..ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว  แต่ว่าสำหรับเด็กคนนั้น    ฉันไม่อยากจะทำให้เขาร้องไห้เพราะฉันอีก…….”

 

สิ้นคำพูดนั้น  เด็กหนุ่มผมดำทิ้งตัวลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรงก่อนที่จะพึมพรำเบาๆทั้งน้ำตา

 

ยังงั้นเองเหรอฮะ ความรู้สึกของคุณ…….…..ยังงั้นน่ะเอง   ที่แท้ผมไม่เคยมีความสำคัญอะไรกับรุ่นพี่เลยเด็กหนุ่มพยายามเช็ดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้

 

จะซัดหน้าฉันก็ซัดตามที่ใจนายต้องการเถอะ   แต่……ไม่ว่าอย่างไง  คนที่ฉันรักในตอนนี้ก็มีแค่ จิโร่เท่านั้น

 

เพลี๊ยะ!!!!! บุนตะรู้สึกชาไปทั้งหน้า  แต่เขาก็รู้ดี  ว่ามันไม่อาจเทียบกับสิ่งที่เขาทำลงไปต่อร่างบาง 

พอเถอะ…..รุ่นพี่ผมไม่อยากฟังอีกแล้ว

 

"อาคายะ  ฉัน…….”บุนตะก้มหน้าลง  ขอโทษ

 

ไม่ต้องหรอกฮะ  มันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว……..”

 

 

ยังไงฉันก็ขอโทษจริงๆ………”

 

 

อึก…..”ร่างบางพยายามพยุงร่างตัวเองลุกขึ้น  โดยไม่หันกลับไปมอง “…..พอเถอะครับ  คำพูดของรุ่นพี่น่ะมีแต่จะให้ยิ่งทำให้เจ็บปวด

 

อาคายะ ฉันเสียใจจริงๆนะ  ฉันไม่ได้อยากจะทำร้ายนาย  ไม่ได้อยากจะให้มันเป็นแบบนี้แม้จะรู้ว่ามันอาจจะเป็นแค่ข้อแก้ตัวที่ทำให้ตัวเองสบายใจ แต่กระนั้นมันก็เป็นความรู้สึกผิดที่ออกมาจากใจของเขาจริงๆ

 

อาคายะยืนหยุดนิ่งโดยที่ไม่หันมามอง…..

 

พอเถอะครับ……ผมมันโง่เอง….ที่ทุ่มเทใจให้รุ่นพี่  โดยที่ไม่ได้รู้เลย  ว่า  ใจของคุณน่ะ  ไม่มีผมเหลืออยู่อีกแล้ว   เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ…..เก็บเอาคำพูดนั้นน่ะ   ไปทุ่มเทเวลาให้กับคนสำคัญของรุ่นพี่ดีกว่าน้ำเสียงของเด็กหนุ่มร่างบางสะกดความเศร้าเอาไว้

 

ร่างกายของร่างบางสั่นเทิ้มแต่ก็กลั้นที่จะไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาอีก   

เขาๆไม่ต้องการความสงสาร หรือความเห็นใจใดๆ  ถ้าหากคนๆนั้นไม่มีเยื่อใยต่อไปกับเขาอีกแล้ว

 

“…….ลาก่อนครับ รุ่นพี่……………”

 

บุนตะได้แต่กำหมัดแน่นเฝ้ามองร่างบางเดินจากเขาไปโดยที่ได้แต่ภาวนาขอให้ร่างบางได้เจอใครที่ดีกว่าเขา   ที่เอาแต่ทำร้ายเด็กหนุ่มให้เจ็บช้ำ………

 

 

ใครที่ไม่ต้องทำร้ายเด็กหนุ่มร่างบางให้ต้องเสียใจอีก

 

คนที่สามารถรักอาคายะได้อย่างหมดหัวใจที่ไม่มีข้อแม้ใดๆ 

 

 

คำภาวนาที่ออกมาจากใจ   ของคนที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน 

 

 

แต่ผิดที่เขาไม่อาจเลือกที่จะบรรจบเส้นทางนั้นไว้กับร่างบาง

 

 

เพราะหัวใจของได้เลือกร่างบางอีกคนไว้แล้ว  และไม่มีใครที่จะมาแทนที่ได้

 

 

จากนี้ไปฉันจะไม่ทำให้นายเสียใจอีกแล้วนะ จิโร่……..ฉันสัญญา

 

 

จะไม่ยอมให้ใครมาเสียใจหรือทำร้ายใครเพราะตัวเขาอีก

 

นี่หมู่นี้ดูจิโร่ซึมๆไปนะ ยูชิ......กาคุโตะมองที่ร่างบาง(ซึ่งสูงกว่าตัวเองนิดหน่อย)ที่กำลังนั่งเหม่อๆอยู่ริมหน้าต่างข้างห้องเรียน ก่อนจะหันไปคุยกับคู่หู(คู่ใจ)

 

ก็นะ.......มันก็น่าอยู่หรอกเด็กหนุ่มร่างสูงแว่นกลมว่า เพราะเขาพอจะรู้ถึงเหตุผลลึกๆอยู่เหมือนกัน 

 

เห~ นายรู้อะไรอยู่งั้นเหรอ บอกมั่งสิๆๆๆๆ กาคุโตะเซ้าซี้ถาม เพราะอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้

 

อืม......จะว่ายังไงดีล่ะถึงจะพอรู้เหตุผลบ้าง แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะให้ใครรู้นัก  โดยเฉพาะเด็กหนุ่มตัวเล็กขี้วีนอย่างกาคุโตะ (ขืนรู้เข้า ต้องถ่อไปบึ้มถึงริคไคแน่ๆ)

 

 

อะไรกัน ตัวเองรู้คนเดียวแต่ไม่ให้ฉันรู้เนี่ยนะ!” ร่างเล็กทำเสียงไม่พอใจขึ้นมา

 

 

เอาน่าๆ  อย่าน้อยใจสิ กาคุโตะร่างสูงพยายามปลอบร่างเล็กที่เริ่มงอน

 

 

เชอะ!!”

 

 

ถึงจะรู้สึกขบขันกับท่าทางแง่งอนของกาคุโตะมากกว่าจะเหนื่อยใจ  ทว่าเขาเองก็เป็นห่วงเด็กหนุ่มร่างบางเหมือนกัน

 

 

ถ้าร่าเริงขึ้นได้ก็ดีสินะ จิโร่.........

 

 

เด็กหนุ่มร่างสูงย้อนนึกถึงวันที่เขาเจอจิโร่หลังจากที่เด็กหนุ่มกลับมาจากสวนสาธารณะในวันที่เขาบอกเลิกกับเด็กหนุ่มผมแดงไป

 

อ้าว จิโร่ มาทำอะไรอยู่ที่นี่น่ะ  ดึกดื่นยังไม่กลับอีกเหรอเขาเองอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นร่างบางมายืนอยู่ที่หน้าบ้านเขาในยามพลบค่ำ

 

อ่ะ  คือว่า.......ร่างบางยิ้มเหะๆ ทำท้าอ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง

 

หือ มีอะไรงั้นเหรอ  เขาลูบหัวร่างบางเบาๆเหมือนทุกที แต่แทนที่จิโร่จะยิ้มตอบกลับเหมือนทุกครั้ง  เด็กหนุ่มเอาแต่ก้มหน้าลง 

 

จิโร่?เป็นเขาซะเองที่รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลจากร่างบาง 

........โอชิทาริ........ฉัน  ฉัน.......เสียงของร่างบางเริ่มสั่นก่อนที่เขาจะเริ่มรู้สึกได้ถึงความเศร้าในน้ำเสียง

 

เกิดอะไร จิโร่ใจเย็นๆนะ  มีอะไรงั้นเหรอ.........แต่ก่อนที่จะได้รู้อะไรนั้น จิโร่ก็โผเข้ากอดร่างสูงก่อนจะปล่อยโฮออกมา.......

 

จิโร่......เกิดอะไรขึ้น   เป็นอะไรไป......น้ำเสียงของยูชิเคร่งเครียดขึ้นมา เมื่อเห็นร่างบางร้องไห้หนัก

 

ฉัน....ฉันบอกเขาไปแล้ว........ 

บอกเขา?

 

ทั้งๆที่ฉันจะไม่เสียใจ.....จะไม่คิดมาก...แต่ว่าฉันก็  ฉันก็.....

 

ใจเย็นๆก่อนนะจิโร่  เข้าบ้านฉันทำใจให้สบายๆก่อนนะยูชิโอบไหล่เด็กหนุ่มร่างบางให้ตามเขาเข้าไปในบ้าน

 

ครู่ต่อมา เด็กหนุ่มร่างสูงชงชาอุ่นๆมาให้เพื่อนร่างบางของตน

ดื่มชาก่อนนะ จิโร่ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น

 

 เด็กหนุ่มเรือนผมสีทองร่างบางรับถ้วยชามา  เขาค่อยๆจิบชาขึ้นมาดื่มช้าๆ

 

 

ค่อยยังช่วยขึ้นแล้วนะ?ยูชิถามอย่างอ่อนโยน

 

 

อือ………”จิโร่ยิ้มน้อยๆหากแต่แววตาคู่สดใสนั้นกลับหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด

 

 

มีเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ…….?

 

 

จิโร่ไม่ได้ตอบเพียงแต่ก้มหน้าลงเล็กน้อย

 

 

ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด ยูชิทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็เปลี่ยนใจที่จะเงียบไว้ดีกว่า

 

 

เสียงฝนสาดกระเซ็นลงมาเป็นระยะ

 

 โอชิทาริ……..”ในที่สุดเด็กหนุ่มร่างบางก็เริ่มเอ่ยคำพูดออกมาท่ามกลางความเงียบนั้น 

 

อื๋อ อะไรเหรอจิโร่

 

โอชิทาริเคยคิดว่า ….จะต้องแยกจากกั๊กคุงบ้างมั้ย?

 

แยกจาก? หมายถึงยังไงล่ะ? ที่เราไม่ได้เล่นคู่ด้วยกันน่ะเหรอ

 

จิโร่ส่ายหน้าเบาๆ

 

งั้นแล้วแยกจากแบบไหนล่ะ?ยูชิถามย้ำ

 

ก็อย่าง……..”จิโร่เงียบไปคล้ายกับจะพูดไม่ออกแต่ก็กล้ำกลืนที่จะพูดออกมา ถ้าจริงๆกั๊กคุงมีคนอื่นที่คบด้วยและคนๆนั้นก็รักกั๊กคุงมากๆ แล้วพอคนๆนั้นก็คิดว่ารักกั๊กคุงมากๆกว่าที่โอชิทาริรักกั๊กคุง โอชิทาริจะทำยังไง?…….”

 

อืม….ถ้าเป็นยังงั้นน่ะเหรอแต่คิดไม่ออกเฮะว่า กาคุโตะจะมีคนอื่นที่คบอยู่ด้วยน่ะ...”ยูชิเกาคางเล็กน้อยและเหมือนจะขำในคำถามที่วกไปวนมาของเพื่อนร่างบางของตน แต่พอเห็นสีหน้าของจิโร่ ยูชิก็เข้าใจคงไม่ใช่เรื่องที่ควรจะหัวเราะ

 

คือก็…. แค่สมมติเฉยๆน่ะ…..”

 

อืมถ้าเป็นยังงั้นจริง….ฉันก็คงถามล่ะ? ว่ากาคุโตะรักใครมากกว่ากัน

 

แล้วถ้ากั๊กคุงบอกว่าเลือกไม่ได้ล่ะ? โอชิทาริจะเป็นฝ่ายไปจากกั๊กคุงมั้ย?

 

ถ้าเป็นยังงั้นจริงๆ……ฉันก็คงขอร้องไม่ให้กาคุโตะไปจากฉันหรอกนะ

 

เอ๊ะ……..”

 

อาจจะฟังดูเอาแต่ใจเกินไป….แต่เพราะฉันเองก็รักกาคุโตะที่สุด ถ้าหากจนแล้ว กาคุโตะไม่ได้เลือก ฉันก็คงอยากจะรั้งเขาไว้….แล้วขอร้องว่าอย่าไปจากฉันเลยนะ….” เด็กหนุ่มร่างสูงว่าพลางยิ้มเขินๆเล็กน้อยในคำตอบ

 

อืม….อย่างนั้นเหรอจิโร่ว่า น้ำเสียงดูเหมือนจะเศร้าลงไปอีก

 

ทั้งคู่เงียบต่ออีกอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนที่ยูชิจะเป็นฝ่ายเริ่มต้นพูดขึ้นมาบ้าง

 

มีใครบอกให้นายเลิกกับเด็กหนุ่มริคไค คนนั้นเหรอ?ยูชิถามเข้าไปตรงประเด็น

 

 

เอ๊ะ?  ทำไม?จิโร่ถามเหมือนสงสัยว่าทำไมยูชิถึงได้รู้

 

หึ เดาเอาจากความรู้สึกน่ะ เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินว่าก่อนจะจิบชาอีกครั้ง

 

 

“………….” จิโร่ก้มหน้าลงอีก พลางจิกเข่าลง…….

 

 

ก็เลยบอกเลิกกับเขาไปงั้นเหรอ?

 

 

“………………”มีเพียงหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินลงมาแทนคำตอบ

 

 เจ้าเด็กน้อยเอ๊ย…….”ร่างสูงลูบหัวเพื่อนตัวเล็กผู้แสนบอบบางของตน ถ้าหากว่าเจ็บปวดขนาดนั้น….ก็ไม่จำเป็นต้องบอกเลิกกับเขาก็ได้นี่นา……” 

 

แต่ว่า…….ฉันเป็นคน…..ที่เข้าไปแทรกกลาง….ระหว่างพวกเขา….”

 

มันไม่เกี่ยวกันนะ  ถึงจะรู้ตัวว่ามาทีหลัง แต่นายก็ยังรักเขาใช่มั้ย……” 

“………………..”

 

ถ้ารักมากขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องจากมาก็ได้นี่นา……”

 

“…………….”

 

 แต่……….”

 

 "แล้วเขาบอกเหรอว่า เขาเลือกเด็กคนนั้นมากกว่า 

จิโร่ส่ายหน้าอีกครั้ง   

ไม่เป็นไรหรอกนะจิโร่…….”ยูชิค่อยๆโอบร่างบางเบาๆ

 ถ้าเลิกไม่ได้  ก็รักต่อไปเถอะ…..ถึงท้ายที่สุดแล้วเขาจะไม่ได้เลือกเราก็ตามเถอะ…. นายไม่ผิดหรอกนะที่รักเขา…..แต่บางทีมันอาจจะแค่ผิดที่และผิดเวลาเท่านั้น ฉันรู้ว่ามันยากที่จะทำใจ…. แต่เวลาจะค่อยๆทำให้นายดีขึ้นเอง

 

งั้นฉันควรจะลืมเขามั้ย……”ร่างบางถามทั้งน้ำตา

 

ก็อยู่ที่ว่า  อย่างไหนจะเจ็บปวดน้อยกว่ากันล่ะนะ

 

แต่ถ้าฉันไม่ลืมเขา มันจะผิดต่อ อาคายะคุงมากมั้ย ……….”

 

ถ้าบอกให้ลืมเขา นายจะทำได้มั้ยล่ะ? 

จิโร่ส่ายหน้าเบาๆ   

 

ถ้าไม่อยากลืม ก็รักต่อไปเถอะ………”

 

แต่…….”

 

ไม่มีแต่ทั้งนั้น ความรักน่ะมันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ไม่มีใครผิดหรอกที่จะเลือกที่รัก หรือเลือกที่จะไม่รัก….สุดท้ายแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับคนๆนั้นเท่านั้น ฟังดูมันอาจจะไม่ยุติธรรมต่อเด็กที่ชื่ออาคายะคุง  แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ……ที่นายจะรักเขาเหมือนกัน…..”

 

อือ………”จิโร่ว่าเหมือนจะเข้าใจ แม้ว่าหยาดน้ำตาจะคงไหลอยู่

 

ยูชิค่อยๆช่วยเช็ดหยาดน้ำตาให้……. 

ตอนนี้ค่อยๆทำใจให้สบายดีกว่านะ….จิโร่

 

อืม………”

 

เสียงฝนค่อยๆซาลง….

 

ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว…..ฉันว่านายควรจะรีบกลับไปได้แล้วนะ เดี๋ยวที่บ้านก็เป็นห่วงเอาหรอก